“ตลาดพลู” แรงบันดาลใจจากบ้านสวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราว และเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์ ผสานการออกแบบอย่างทันสมัย ทั้งด้านสถาปัตยกรรม และการออกแบบภายในที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของต้นไม้ใบพลูให้ธรรมชาติสอดแทรกกับการอยู่อาศัยได้อย่างกลมกลืนตลอดโครงการ

WHIZDOM AVENUE RATCHADA-THAPRA PROJECT INFORMATION

Project Whizdom Station Ratchada-Thapra
Owner & Developer Magnolia Quality Development Corporation Limited
Project Location Ratchadapisek Road, Next to BTS TalatPhlu
Project Area 3 Rai 53.2 sq.wah
Total No. of Units Studio 22 sq.m. 1 Bedroom 26-35 sq.m. 2 Bedroom 47-59 sq.m. Penthouse 40-78 Sq.m.
Number of levels 37 Storeys
Number of units 690 Units and 6 shops
Number of parking 295 lots

Download Fact Sheet

Retails

สะดวก สบาย ทันสมัย กับร้านค้าชั้นนำมากมายให้เลือกช้อป พร้อมสรรพในโครงการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกช่วงวัย

Grand Lobby

- ออกแบบโดยจำลองบรรยากาศบ้านสวนที่มีสวนหลังบ้านขนาดใหญ่ ด้วยแรงบันดาลใจจากรูปทรงของต้นไม้ เรียงรายทั่วพื้นที่ ราวกับว่านั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ ที่แผ่กิ่งก้านเรียงรายเป็นเส้นสาย กระจกเงารอบด้านสะท้อนบรรยากาศของสวนให้กว้างใหญ่ไร้ขีดจำกัด

Greenery Courtyard

- สวนสวยที่ขนาบทางเดินอาคารทั้งสองด้าน เชื่อมต่อระหว่างภายนอกและภายใน สามารถเดินทะลุถึงกันได้ โปร่งสบาย กว้างขวาง ดุจภาพถ่ายที่ผ่านการจัดองค์ประกอบภูมิทัศน์ไว้อย่างดี สมดุลทั้งความเขียวชอุ่ม และความสดชื่นของน้ำ ประยุกต์ใช้ลักษณะเส้นสายของแปลงผักอย่างทันสมัย กับหลากหลายพรรณไม้ สร้างความรู้สึกใหม่ แปลกตาได้ในแต่ละวัน

Infinity Edge Pool

- เปิดประสบการณ์อิสระไร้ขอบเขต กับสระว่ายน้ำรูปแบบใหม่ ที่ให้คุณเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์เมืองสุดเส้นขอบฟ้า

Pool Bar

ประยุกต์จากแนวคิดชานบ้านริมน้ำ สำหรับพักผ่อนยามเย็น ออกแบบให้เลาจน์เป็นเหมือนชานที่ยื่นไปในสระ สามารถก้าวลงสระว่ายน้ำได้ทันที ส่วนของเลาจน์ในร่ม สามารถเลือกเปิดผนังให้รับลมในเวลากลางวันได้ ให้คุณใกล้ชิดและชมวิวสระว่ายน้ำได้ทั้งวัน ส่วนกลางคืนก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่ไว้ปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำได้เช่นกัน

Fitness

- พื้นที่ต่อเนื่องจาก Pool Bar อยู่ถัดขึ้นมาอีกชั้น ล้อมด้วยกระจกใสรอบด้าน สามารถมองเห็นวิวสวนและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่เบื้องล่างขณะออกกำลังกาย

Sunrise Terrace 34th Floor

- ระเบียงสีเขียวบนชั้น 34 รับแสงยามเช้าหันหน้าเข้าตัวเมือง เหมาะกับการเป็นพื้นที่พักผ่อนชิลๆ ด้วยการออกแบบสวนแนวสุขภาพ ใช้พรรณพืชท้องถิ่นที่มีประโยชน์ และคุ้นเคยกันดีสำหรับสวนบ้านไทย

Glass House Sky Lounge

- สกายเลาจน์ แห่งนี้คือสัญลักษณ์ของโครงการ ที่ต่อยอดจากแนวคิดบ้านสวน กับสวนเรือนกระจกเพาะชำตันไม้บนยอดตึก เหมาะสำหรับนั่งเล่น อ่านหนังสือ ทำงาน หรือแม้แต่จัดปาร์ตี้ชิคๆ ท่ามกลางทิวทัศน์เมืองของฝั่งธนฯ พร้อมเก้าอี้ โซฟาที่แทรกตัวรวมอยู่กับสวนแนวตั้ง พร้อมชั้นลอยรูปทรงคล้ายแก้วแชมเปญที่เป็นจุดเด่นเหนือ Co-working Space ด้านล่าง

Co-working Space

- สร้างความสมดุลให้ชีวิตการทำงานอย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นแวดล้อมด้วยต้นไม้เพียบพร้อมด้วย Wifi และ E-Library ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมผลักดันแรงบันดาลใจให้คุณได้ตลอดเวลา

Tunnel Garden

- ที่ชั้นบนสุด พบสวนสวยที่เยี่ยมเยือนได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ผู้พักอาศัยทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้โดยไม่รบกวนกัน มองเห็นวิวได้ไกลรอบบริเวณ ใช้พืชที่ไม่ขวางทิศทางลม เพิ่มร่มเงา ลดความร้อนให้ตัวอาคารด้วยอุโมงค์ไม้เลื้อย เหมาะกับการนั่งพักผ่อน ซึมซับสภาพธรรมชาติทุกฤดูกาล

One Bedroom (Separate Kitchen)

- ห้องพักที่เน้นประโยชน์การใช้สอยครบครันเหมือนบ้าน แยกพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วนแต่ไม่อึดอัด เชื่อมพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนไว้ด้วยกันทำให้ห้องดูโล่งโปร่ง ได้วิวและแสงธรรมชาติผ่านทางหน้าต่างห้องนอน หรือจะเลือกปิดบานเลื่อนกระจกใสระหว่างห้อง ก็จะได้ห้องนอนและรับแขกที่แยกกันอย่างชัดเจนเมื่อต้องการ แยกห้องน้ำและห้องครัวออกไปต่างหาก หมดปัญหาเรื่องกลิ่น และการระบายอากาศอย่างสิ้นเชิง เป็นห้องที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำครัวด้วยตัวเอง ไร้กังวลเรื่องกลิ่นอาหารตกค้างอยู่ภายในห้อง

One Bedroom (Kitchenette)

- ห้องขนาดใหญ่ขึ้น ที่มีพื้นที่ห้องรับแขกโล่งกว้างเชื่อมต่อกับระเบียงส่วนทานอาหารและห้องครัว เป็นครัวแบบ Pantry สไตล์ตะวันตก ให้ฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ สามารถเลือกให้พื้นที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกับห้องนอนเพื่อความรู้สึกที่กว้างขวางของห้องในเวลากลางวัน หรือเลือกปิดห้องนอนให้เป็นสัดส่วนด้วยบานเลื่อนกระจกใสในเวลากลางคืน เป็นห้องที่คล้ายกับห้อง suite ในโรงแรมแต่ครบครันทุกการใช้งานตามไลฟ์สไตล์คนเมือง

Two Bedroom Unit

- ห้องพักอาศัยสำหรับครอบครัว ทุกห้องถูกวางอยู่ในตำแหน่งห้องมุม เสริมกระจกหรูหรา เพื่อมุมมองที่กว้างขวาง ห้องนั่งเล่นและห้องนอนมีชีวิตชีวาด้วยแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน และดื่มด่ำวิวของเมืองในเวลากลางคืนได้ทั้ง 2 ด้าน ห้องนั่งเล่นและห้องทานข้าวเชื่อมต่อกันสร้างให้ความโล่งโปร่งให้กับพื้นที่ ดีไซน์ของห้องมีทั้ง ครัวปิดสำหรับครอบครัวที่เน้นการทำอาหารไทย ครัวติดระเบียงห้องสามารถระบายอากาศได้สะดวก สว่างถูกสุขลักษณะ และครัวแบบ Pantry สไตล์ตะวันตก สำหรับความสะดวกสบายหรือปาร์ตี้เล็กๆ

Whizdom Station Ratchada-Thapra

แนวคิดการออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี “Quality of Life”

แนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัย “โครงการ วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา-ท่าพระ” ได้ผสมผสานการออกแบบ ร่วมกับงานวิจัยอย่างละเอียด ประยุกต์ใช้ความรู้อย่างใส่ใจ เพื่อให้สามารถตอบสนองความสะดวกสบายของคุณ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยม ครบทุกมิติ อย่างยั่งยืน

“การผสมผสานความเข้าใจธรรมชาติ และคุณสมบัติเด่นของ “ใบพลู” มาแปลงเป็นเอกลักษณ์อาคาร และนำความได้เปรียบทางธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในโครงการ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ

Energy and Environment
ด้านอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

การออกแบบแต่ละส่วนของโครงการตาม “มาตรฐานวิสซ์ดอม” ควบคุมคุณภาพทุกรายละเอียดของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี โดยนำคุณสมบัติของใบพลู “Betel Leaf” มาแปลงเป็นเอกลักษณ์อาคาร และนำความได้เปรียบทางธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ ประกอบกับการปรับสภาพแวดล้อมด้วยการเลือกชนิด และขนาดพืชพันธุ์ เพื่อลดมลภาวะทางเสียง “Sound Absorption” และอากาศ ฝุ่นควัน “Dust Filtration” โดยรอบโครงการ คือความใส่ใจต่อสุขภาพตั้งแต่เริ่มเข้าโครงการ มีการวางแนวอาคาร “Building Orientation” ในทิศเหนือ-ใต้ เพื่อการอนุรักษ์พลังงานด้วยการวางอาคารหลบแดด หันหน้าส่วนห้องพักไปทางทิศเหนือซึ่งรับแดดน้อยที่สุดตลอดปี และเปิดรับลมประจำจากทางทิศใต้ ช่วยเพิ่มความเย็นสบายให้กับผู้อยู่อาศัย “Human Comfort” ลดความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศลงได้ ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ประหยัดพลังงานทั้งโครงการ เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า “Reduce Energy Consumption”

Home and Well-Being
ด้านสุขภาพและความปลอดภัย

การออกแบบเพื่อสุขภาพ “Design for Health” เป็นการออกแบบทุกรายละเอียดให้อยู่สบาย และสุขภาพดี ด้วยการเลือกวัสดุต่างๆ ที่ปลอดภัย ภายในห้องพักติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อสุขภาพ “Air Condition for Health” ออกแบบไม่ให้มีท่อแอร์ ลดการสะสมฝุ่น และเกิดเชื้อราในท่อส่งความเย็น ประกอบกับการวางตำแหน่งการเป่าลมเย็นด้านข้างในแต่ละพื้นที่ เพื่อสุขภาพที่ดี ลดแนวโน้มความเจ็บป่วย และยังได้ออกแบบระบบท่อน้ำต่างๆ “Pipe” (ท่อน้ำดี น้ำเสีย น้ำโสโครก) ให้ต่อท่อออกจากสุขภัณฑ์ไปที่ผนังด้านหลังโดยตรง และต่อท่อไปยังช่องชาร์ป เพื่อลดปัญหาน้ำรั่วหรือท่อตัน ทำให้ซ่อมแซมได้สะดวก การออกแบบแสงเพื่อสุขภาพ “Lighting for Health” วางตำแหน่งไฟส่องสว่างให้เลี่ยงศีรษะ เพื่อลดความร้อนที่ส่องโดยตรง และลดการเกิดเงาที่ส่งผลต่อการมองเห็น หรืออ่านหนังสือ การออกแบบเพื่อคุณภาพอากาศภายในห้องที่ดี “Indoor Air Quality” มีการออกแบบช่องเปิดด้านเดียว “Single Side Window” ให้สามารถระบายอากาศได้เต็มที่ ทำให้อากาศภายในห้องมีการหมุนเวียน เป็นการเพิ่มคุณภาพอากาศที่ดีภายในอาคาร

“Behavior and Psychology”
ด้านพฤติกรรมและการรับรู้ที่ดี

การออกแบบพื้นที่ตามสัดส่วน “Human Dimension” เป็นการออกแบบระยะต่างๆ ภายในห้องให้เหมาะสมกับสัดส่วนของร่างกาย และระยะการใช้งานอย่างสะดวก ถูกสุขลักษณะ คำนึงถึงการใช้งานของคนทุกกลุ่มวัย เป็นการออกแบบสำหรับทุกคน “Universal Design” เอื้อต่อการใช้งานได้ด้วยตัวเองในพื้นที่หลัก 3 ส่วนคือ ทางเข้า (Main Entrance) ส่วนต้อนรับ/ส่วนกลาง (Reception Area) และส่วนนันทนาการ (Facilities Area) ในรายละเอียดต่างๆ เช่น ที่จอดรถกว้างสำหรับเทียบรถเข็น ทางลาดเอียง 1:12 ประตูบานเลื่อน พื้นราบเสมอกันกันลื่น ห้องน้ำสำหรับทุกคน และลิฟท์มีปุ่มอักษรเบลล์พร้อมเสียงบอกชั้น อีกทั้งยังมีการออกแบบเพื่อการรับรู้ที่ดี “Psychology and Human Perception” การกำหนดความสูงฝ้าเพดานที่ทำให้รู้สึกโปร่งสบาย ไม่อึดอัดตามการรับรู้ทางสายตา และการวางประตูห้องนอน ห้องน้ำ เพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่เปิดชนกับสุขภัณฑ์ เพื่อการใช้งานที่สะดวกอย่างแท้จริง