Well-Being | อนาคตของการใช้พื้นที่บนโลกนี้ (และโลกหลังความตาย) - Magnolia Quality Development Corporation Limited

for all
well-being

Whizdom banner

REGISTER FORM

REGISTER FORM

เมนู

อนาคตของการใช้พื้นที่บนโลกนี้ (และโลกหลังความตาย)

6 เดือนที่แล้ว
  • MQDC
  • /
  • Well-Being
  • /
  • อนาคตของการใช้พื้นที่บนโลกนี้ (และโลกหลังความตาย)
อนาคตของการใช้พื้นที่บนโลกนี้ (และโลกหลังความตาย)

อนาคตของการใช้พื้นที่บนโลกนี้ (และโลกหลังความตาย)

การประหยัดพื้นที่ การประหยัดงบประมาณ การใช้ชีวิตสังคม รวมไปถึงการดูแลจิตใจของชุมชนผ่านความเชื่อทางจิตวิญญาณ 

 

ในขณะที่ประชากรบนโลกกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้พื้นที่ทั้งในการใช้ชีวิตและการทำงานถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งในอนาคตก็มีแนวโน้มว่าเราจะมีเพื่อนร่วมโลกมากขึ้นเรื่อยๆ และในขณะเดียวกันก็จะมีคน จากโลกนี้ไปมากมายด้วยเช่นกัน ฉะนั้นการใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมส่วนตัวและการทำงาน การใช้ชีวิตสังคม รวมไปถึงการดูแลจิตใจผ่านความเชื่อที่มีร่วมกันจะสร้างความเป็นชุมชน จึงถือเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนพัฒนาการด้านการใช้พื้นที่ร่วมกันของสังคมในอนาคต และเทรนด์เกี่ยวกับอสังหาฯ ที่มีแนวโน้มจะมีมากขึ้นในอนาคตก็มีดังต่อไปนี้  

 

  • แชร์ที่อยู่ในco-living space 

เป็นพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งคนหลากหลายวัยจะได้ใช้ร่วมกัน โดยทุกคนจะได้ใช้พื้นที่ส่วนกลางที่กระตุ้นให้ผู้อยู่อาศัยได้มีสังคมร่วมกัน และ เกิดการแลกเปลี่ยนกันในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ซึ่งแตกต่างจากชีวิตปัจจุบันที่ผู้คนในเมืองใช้ชีวิตอย่างปัจเจกชน เราเชื่อว่าพื้นที่เหล่านี้จะเป็นที่ถูกใจของคนวัยทำงานตอนต้นและชาวต่างชาติ เนื่องจากเป็นการใช้สอยพื้นที่และประหยัด แถมยังได้สร้างชุมชนเล็กๆ ภายในพื้นที่ด้วย ตัวอย่างหนึ่งของธุรกิจแนวนี้คือ Airbnb ที่มีการแบ่งพื้นที่ในบ้าน ห้องเช่า หรืออาคารให้ผู้อื่นร่วมอาศัย ซึ่งเริ่มธุรกิจในปี 2014 และมีรายได้เพิ่มเติมกว่า 10 เท่าภายในปี 2019 ในทางตรงกันข้าม ปัจจุบันปี 2021 การแชร์พื้นที่อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้คนวิตกอยู่เรื่องการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างของธุรกิจนี้ อาจจะต้องรอดูต่อไปว่าอุตสาหกรรมนี้จะมีแนวโน้มคืนชีพขึ้นมาได้รวดเร็วขนาดไหน หากว่าทุกคนบนโลกได้รับการป้องกันจากการฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม  

 

  • พลิกพื้นที่เก่าเกลาให้ใหม่เอี่ยม  

แม้ว่าในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่าหากเลือกได้ไม่มีใครที่อยากใช้ชีวิตอยู่ในตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่า ชำรุด หรือผุพัง จึงไม่น่าแปลกใจที่อีกหนึ่งในเทรนด์การใช้พื้นที่ในอนาคต คือการบูรณะอาคารเก่าให้ดูใหม่เอี่ยม ประหนึ่งได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มคุณค่าทางการใช้สอยให้กับอาคารเหล่านั้นแล้ว ก็ยังเป็นการลดอัตราการปล่อยว่างของพื้นที่เหล่านี้อีกด้วย ผู้ซื้อหรือผู้เช่าก็สามารถเข้ามาใช้สอยได้ด้วยต้นทุนที่ไม่แพง แถมยังเป็นการเพิ่มมูลค่าของอาคารให้เจ้าของพื้นที่ด้วย ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ซึ่งในปัจจุบันก็เริ่มมีการรีโนเวทอาคารเก่าต่างๆ มากขึ้นในกรุงเทพและที่อื่นๆ เช่น โฮสเทลที่ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางย่านราชเทวีอย่าง Bed Station Hostel ที่นำอาคารเก่ามาแปลงโฉมให้เก๋าเก๋ด้วยการตกแต่งสไตล์โมเดอร์นอินดัสเทรียล  

 

  • ไปไม่กลับแต่ยังหลับอยู่ใกล้ๆ 

แน่นอนว่าเมื่อเรากำลังวิตกเรื่องการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร  

แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่าเมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด ต้องมีสถานที่เพื่อรองรับไว้เช่นกัน และคงไม่แปลกหากในอนาคตจะมีแทรนด์ธุรกิจสำหรับดูแลเหล่าญาติมิตรผู้ลาจากของผู้คน ซึ่งไม่ได้ให้เพียงที่อยู่ที่ญาติจะสะดวกมาเยี่ยมเยียน แต่ยังให้บริการต่างๆ อีกมากมายเพื่อตอบสนองตอบโจทย์คุณค่าทางจิตใจของคนในครอบครัว ธุรกิจประเภทนี้ที่เริ่มมีความโด่งดังในต่างประเทศคือ Undertaking LA funeral home ที่มีอินฟลูเอ็นเซอร์ผู้ให้ความรู้ด้านการยอมรับการจากลาอย่าง Caitlin Doughty  

 

เทรนด์เหล่านี้เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นเจ้าของพื้นที่ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้เช่า ผู้อาศัย หรือ ผู้ล่วงลับ   

 

Tag :