for all
well-being

REGISTER FORM

REGISTER FORM

Menu

“MQDC” ชูงานวิจัยอสังหาฯ เจาะเทรนด์อยู่อาศัยในอนาคต

News
16 July 2020
  • MQDC
  • /
  • CSR
  • /
  • “MQDC” ชูงานวิจัยอสังหาฯ เจาะเทรนด์อยู่อาศัยในอนาคต
“MQDC” ชูงานวิจัยอสังหาฯ เจาะเทรนด์อยู่อาศัยในอนาคต

“แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)” ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะการนำ “งานวิจัยที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัยในอนาคต” มาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ตกผลึกเป็นการพัฒนาทุกโครงการภายใต้แนวทาง 'For All Well-Being' โดยมีอาณาจักร 'เดอะ ฟอเรสเทียส์ (THE FORESTIAS)' โครงการระดับแสนล้าน ทำเลบางนา เป็นหนึ่งในต้นแบบในการดำเนินการ

“MQDC” ชูงานวิจัยอสังหาฯ เจาะเทรนด์อยู่อาศัยในอนาคต

การระบาดของโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากการเว้นระยะห่างทางสังคมแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติให้ห่างไกลจากโรคระบาด กลายเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต้องเร่งพลิกกลยุทธ์เพื่อเจาะความต้องการผู้บริโภคในมิติของที่อยู่อาศัย     

“แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)” ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะการนำ “งานวิจัยที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัยในอนาคต” มาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ตกผลึกเป็นการพัฒนาทุกโครงการภายใต้แนวทาง 'For All Well-Being' โดยมีอาณาจักร 'เดอะ ฟอเรสเทียส์ (THE FORESTIAS)' โครงการระดับแสนล้าน ทำเลบางนา เป็นหนึ่งในต้นแบบในการดำเนินการ  

วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ขยายความว่า MQDC ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมความต้องการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย และทิศทางของการอยู่อาศัยในสภาวะต่างๆ ในระยะยาว ก่อนที่จะพัฒนาโครงการขึ้นมา ถือเป็น DNA ของทุกโครงการในเครือ 

โดย "หัวใจ" หลักในการพัฒนา จะต้องทำให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการ สังคมในพื้นที่รอบ "บ้าน" มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น หรือ For All Well-Being  โดยสร้างคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสรรพสิ่งบนโลก อย่างยั่งยืน ผ่านการจัดตั้ง 2 ศูนย์วิจัย คือ  

ศูนย์อนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales Lab) วิจัยเกี่ยวกับเทรนด์อนาคต เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและนำมาเผยแพร่สู่สาธารณะ แบ่งปันข้อมูลที่มีประโยชน์ ยกระดับองค์ความรู้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ และได้นำมาต่อยอดในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ และได้มีงานวิจัยถึงชีวิตความเป็นอยู่หลังโควิด สอดคล้องกับแนวทางของโครงการของ MQDC  

อีกศูนย์วิจัย คือ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Research & Innovation for Sustainability Center-RISC) วิจัยเกี่ยวกับสุขภาวะที่ดีให้สามารถตอบโจทย์ For All Well-Being และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุดซึ่งมีผลงานวิจัยมากมาย อาทิ วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ การร่วมพัฒนาวัสดุ Upcycling เพื่อใช้ในการก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน การพัฒนาเครื่องฟอกอากาศระดับเมือง การควบคุมมาตรฐานด้านสุขภาวะ เป็นต้น 

“เราพบว่าแนวทางของเราที่ได้วางไว้  สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนหลังเกิดวิกฤติโควิด-19 ที่ผู้คนคำนึงเรื่องคุณภาพและสุขภาพ การใช้วัสดุตกแต่ง และวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของผู้อาศัย ใช้ไม้ปลูกเชิงพาณิชย์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การจัดการด้านป่าไม้  (FSC) ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ กำหนดให้ใช้สีที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อาศัย มีการวิจัยคุณภาพอากาศ โดยติดตั้งเครื่องฟอกอากาศระดับเมืองในโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด  และ วิสซ์ดอม สุขุมวิท 101” 

ทั้งนี้ หลังวิกฤติโควิด-19 งานวิจัยของศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา พบว่าการทำงานที่บ้าน (Work from home) นำไปสู่ “วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจติดบ้าน” ดังนั้นทำเลใจกลางเมืองอย่างเดียวจึงไม่ใช่เรื่องหลัก แต่ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อมกำลังเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ สอดคล้องกับเมกะโปรเจคของบริษัท คือ ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์ (THE FORESTIAS)’ ที่ได้นำผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ที่ระบุว่า ถ้ามนุษย์ได้อยู่กับธรรมชาติทุกวันจะช่วยลดความเครียด และเป็นปัจจัยส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยพบว่า ประเทศไทยมีปริมาณพื้นที่สีเขียวต่อประชากร 1 คน น้อยกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่ได้ตั้งไว้  

 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ยังกล่าวว่า จากผลศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นนำดังกล่าว ทำให้ MQDC หาแนวทางแก้ไขปัญหา ด้วยการสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างป่าแท้ๆให้เกิดขึ้นจำนวนมากกว่า 30 ไร่ และพื้นที่สีเขียวปกคลุมอีกมากกว่า 70% ในโครงการซึ่งถือเป็นโครงการแรกของโลก มีความสมบูรณ์เป็นเมืองและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ โดยภายในโครงการ ประกอบด้วย  คอนโดวิสซ์ดอม (Whizdom) สำหรับคนวัยทำงาน บ้านเดี่ยวกลุ่มแบบคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ มัลเบอร์รี่ โกรฟ (Mulberry Grove) และคอนโด ดิ แอสเพน ทรี (The Aspen Tree) ที่รองรับตลอดชีวิตของผู้สูงวัยซึ่งจะรวมถึงเรื่องสุขภาพและสภาวะที่อาจจะต้องการการดูแลต่อไป" 

นอกจากนั้น บริษัทยังเน้นผนึกพันธมิตรระดับโลก เพื่อมาร่วมพัฒนาโครงการ เช่น โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ จะมีบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านที่พักระยะสั้นและระยะยาวมาเป็นพันธมิตร  อาทิ  ซิกส์เซนส์ (Six Senses) ที่จะมีทั้งที่อยู่อาศัยและโรงแรม, F & P (Thailand) เป็นที่ปรึกษาและร่วมออกแบบโครงการ, ITEC Entertainment  มาออกแบบไลฟ์สไตล์ด้านสันทนาการและประสบการณ์เพื่อผู้อยู่อาศัย, Atelier Ten  มาร่วมวางแผนการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในด้านไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ และยังร่วมกับ Huawei พัฒนา Smart city จาก Digital platform ของ Huawei โดยจะเริ่มจากโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ ที่เป็นเมืองคู่ป่า   

ทั้งนี้ MQDC ยังมีโครงการที่เกิดขึ้นจากผลวิจัยและ สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ คือ ‘มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท (Mulberry Grove Sukhumvit)’  ที่เปิดตัวเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยออกแบบให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของครอบครัวหลากหลายช่วงวัยเพื่อทุกเจเนอเรชั่น จากงานวิจัยที่ว่าคนเรามีความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันกับครอบครัว มีบริการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่คอยให้คำปรึกษา และความช่วยเหลือตลอด 24 ชม. มีพื้นที่ห้องครัวขนาดใหญ่รับไลฟ์สไตล์ที่นิยมทำอาหารในบ้านมากขึ้น  ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค  

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ  โดยบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (FutureTales Lab by MQDC)  ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ ได้วิเคราะห์แนวโน้มอนาคต พบว่า มีเทรนด์หลักๆ ที่ทำให้ วิถีความคิดของผู้บริโภคในแง่การตัดสินใจซื้อบ้านกำลังเปลี่ยนแปลงไป  

โดยพบว่าคนเรามีความต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น Prioritizing Space Over Convenience คือ วิถีความคิดของผู้บริโภคในแง่การซื้อที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนไป จากที่ผ่านมาทุกอย่างจะรวมตัวกันอยู่ในกลางเมือง โดยยึดเอาแนวเส้นการเดินทางที่ใกล้รถไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการทำงานในอนาคต สามารถทำงานที่บ้านได้ ดังนั้นอาจจะไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ทำงานทุกวัน จึงอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมือง หรือ อาศัยในคอนโดมิเนียมขนาดเล็กกลางใจเมืองต่อไป แต่อาจปรับเปลี่ยนเป็นบ้านนอกเมือง แต่มีพื้นที่มากขึ้น มีสวน  การปรับเปลี่ยนบ้านพักตากอากาศ (vacation home) มาใช้อาศัยประจำแทน 

กทั้งมีแนวคิดว่า บ้านคือทุกสิ่ง Everything At Home หรือที่เรียกว่า เศรษฐกิจติดบ้าน เนื่องมาจากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป เริ่มเคยชินกับการอาศัยอยู่ในบ้าน ทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ ภายในที่พักอาศัยของตนเอง ส่งผลต่อความต้องการที่พักอาศัยที่อาจจะเปลี่ยนไป จากเดิมที่สามารถอาศัยในพื้นที่ที่มีขนาดเล็กได้ แต่ขณะนี้อาจจะไม่เพียงพอ และต้องการมีพื้นที่ที่สามารถทำอะไรได้หลายหลากมากยิ่งขึ้น อย่าง คอนโดมิเนียม ก็ต้องมีพื้นที่สำหรับการทำอาหาร พื้นที่ทำงานและออกกำลังกายได้ในขณะเดียวกัน   

ศูนย์ FutureTalesLab ที่จับตามองประชากรของโลกในยุคอนาคต หรือ Citizen of the future ผ่านการศึกษาเพื่อสะท้อนแนวโน้มของกลุ่มเจนเนอเรชัน Z (กลุ่มที่เกิด 1997 – 2012) ที่จะมีบทบาทสำคัญในวิถีและทิศทางของประเทศและโลกต่อไป  

โดยข้อมูลของกลุ่มเจนนี้แสดงถึงการใช้ชีวิตกับเทคโนโลยีตลอดเวลา หรือ Always on รวมถึงการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ เนื่องด้วยกระแสวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะทำให้กลุ่มคนเจนนี้เปลี่ยนวิถีการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อไปสู่โลกและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการทำงานผ่านธุรกิจและวิถีชีวิตที่ช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม 

รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) กล่าวเสริมว่า การอยู่อาศัยภายใต้สุขภาวะที่ดี หรือ “Well-Being” นับวันจะอยู่ในความสนใจและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น  MQDC ล้วนมีสิ่งเหล่านี้ ภายใต้การดำเนินงานของ RISC เพื่อเป็นศูนย์นวัตกรรมชั้นนำด้านสุขภาวะและความยั่งยืน  ดำเนินการศึกษาในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด จึงเป็นที่มาของ MQDC Standard ในการออกแบบเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสุขภาพของมนุษย์ในระยะยาว โดยหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุก่อสร้างบางอย่างอย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นการอนุรักษ์ในระยะยาว และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการออกแบบก่อสร้างตามหลัก Sustainnovation รวมทั้งยังพร้อมส่งมอบองค์ความรู้ไปสู่สาธารณชน ไม่จำกัดแค่ภายในองค์กรเท่านั้น  

ดังนั้นงานในโครงการของ MQDC จึงมีนวัตกรรมที่รองรับเกี่ยวกับสุขภาวะเสริมอยู่ เช่น  จากงานวิจัยจะเห็นว่า สภาพของคุณภาพอากาศจะเป็นประเด็นใหญ่ ทุกโครงการตั้งแต่ปี 2561 จึงได้ติดตั้งเครื่อง ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation เพื่อช่วยให้เกิดการถ่ายเท หมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาในที่อยู่อาศัย และเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในห้องปรับอากาศให้เหมาะสมกับปริมาณผู้ที่อยู่อาศัย ซึ่งเมื่อเกิดวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ก็สามารถติดตั้งแผ่นกรอง PM 2.5 เพิ่มเข้าไปได้ 

ปัจจุบันโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ MQDC อยู่ระหว่างการพัฒนาแบบ ขาย ก่อสร้าง และอยู่ในช่วงการโอน ทั้งหมด 24 โครงการ มูลค่ารวมมากกว่า 300,000 ล้านบาท  โดยมีโครงการระดับซูเปอร์ลักซูรี ได้แก่ แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยามจำนวน 379 ยูนิต, เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ จำนวน 146 ยูนิต  มีลูกค้าโอนไปแล้วเกือบ 100% และกว่า 60% ตามลำดับ มูลค่าโครงการรวม 2 โครงการกว่า 20,000 ล้านบาท และมียอดโอนรวมกันกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นความไว้วางใจจากผู้บริโภค รวมทั้งยังได้แมนดาริน โอเรียนเต็ล มาเป็นผู้ให้บริการแก่เจ้าของห้อง  

นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ อาทิ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว, วิสซ์ดอม สเตชัน รัชดา-ท่าพระ, วิสซ์ดอม คอนเนค สุขุมวิท, วิสซ์ดอม เอสเซ้นส์ สุขุมวิท, วิสซ์ดอม อินสปาย สุขุมวิท, และมีโครงการที่ยังเดินหน้าก่อสร้างพร้อมเปิดขายแล้วจำนวน  3 โครงการ ได้แก่   เดอะ ฟอเรสเทียส์ , เดอะ สแตรนด์ , มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท  

MQDC มองเห็นโอกาสที่จะได้เสนอการอยู่อาศัยที่ดีในแบบ For All Well-Being เพื่อสุขภาพกายใจที่ดี และความสุขอย่างยั่งยืนตามวิถีชีวิตแบบใหม่ตั้งแต่มีวิกฤตโควิด-19 และยังเชื่อมั่นว่าอีกไม่นานเศรษฐกิจไทยก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวในไม่ช้า ทำให้ MQDC กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้เพื่อเตรียมจะเปิดเพิ่มอีก 3-5 โครงการ ในเร็ว ๆ นี้  และเตรียมแผนการระดมทุนครั้งใหญ่ โดยจะเสนอขายหุ้นกู้ ประเภทหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้  อายุ 2 ปี ครบกำหนดวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 มูลค่าเสนอขายไม่เกิน 1,500 ล้านบาท โดยมีหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติมมูลค่าไม่เกิน 500 ล้านบาท  อัตราดอกเบี้ย 6.85% ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก  3 เดือน 

โดยบริษัท แมกโนเลีย  ควอลิตี้  ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) จะเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าว ในวันที่  16- 17 และ 20 – 21 ก.ค. 2563 ซึ่งการออกตราสารหนี้ครั้งนี้จะเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและหรือนักลงทุนรายใหญ่ (PP-II&HNW) ตามโครงการหุ้นกู้ (Medium-Term Note Program : MTN) ของบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด วงเงิน 15,000,000,000 บาท มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท  

ทั้งนี้ บริษัทฯ ออกหุ้นกู้ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการลงทุนของโครงการต่างๆ มากมายใน pipeline เพราะทุกโครงการภายใต้ MQDC มีจุดขายที่โดดเด่น อาทิ โครงการ The Forestias, Mulberry Grove Sukhumvit,  Icon Siam, The Residences At Mandarin Oriental และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยแนวคิด For All Well-Being ที่เน้นการสร้างความสุขให้ทุกชีวิตอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรมที่วิจัยโดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ MQDC เช่นกัน  ทำให้โครงการที่ MQDC พัฒนายังมีความต้องการ (Demand) ในตลาดที่อยู่อาศัยสูง และมีนักลงทุนต่างชาติสนใจร่วมลงทุนพัฒนาโครงการร่วมกับ MQDC ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของการทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 

ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสือชี้ชวนที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSDE01.aspx?TransID=300814 

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-648-1111  บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) โทร. 02-033-6020-21 บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน)  โทร. 02-659-3456 บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) โทร. 02-659-3456  บริษัทหลักทรัพย์       เอเอสแอล จำกัด โทร. 02-034-3419, 02-508-1567  บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)  โทร. 02-080-2888  และบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จํากัด (มหาชน) โทร. 02-660-6688 

หมายเหตุ : โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน